มนต์เมืองเหนือ – Magic Charm of the North

สวัสดีครับ Liverpool ชนะเป็นแล้วครับ ขอแสดงความยินดีด้วยเพลงเก่าๆ เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศที่เริ่มเข้าสู่หน้าหนาว สักพักก็จะมีร่ม สีเขียว สีเหลืองกางออก เข้าสู่บรรยากาศลานเบียร์ ฝอยไปงั้นแหละครับ ไม่เคยนั่งกินมาเป็นสิบปีแล้วครับ ตอนนี้ที่ชอบก็เป็นเบียรเชียร์ เพราะถูกดีครับ รสชาติดี หากใครแวะเวียนไปเวียตนามก็ซื้อเบียร์ฮานอยมาดื่มครับ ถูกดีครับ
ฮ่าๆๆ เมื่อไรจะเข้าเรื่องเพลง

สำหรับผลงานนี้เป็นของท่านอาจารย์วิทยา นะครับ ท่านโพสต์ไว้นานแล้ว จึงขอนำมาเผยแพร่ให้สดับรับอ่าน การถอดความอันระรื่นชื่นรูหูของพระจารย์นะครับ ขี้เกียจมามากแล้ว วันนี้กะจะหลายโพสต์เลยทีเดียว เชิญครับ

สำหรับข้อมูลเพลงจะเป็นข้อมูลจากบทความของคุณ วัฒน์ วรรลยางกูร ที่อาจารย์ป๋าวิดค้นคว้ามาเพิ่มเติมครับ
————————————————————–

เพลง – “มนต์เมืองเหนือ”
ผู้แต่ง – ไพบูลย์ บุตรขัน
ผู้ร้อง – สมยศ ทัศนพันธ์

ป่าเหนือเมื่อหน้าดอกไม้บาน
ลมฝนบนฟ้าผ่าน ฟ้ามองดังม่านน้ำตา
น้ำฝนหล่นจากฟากฟ้า
ขังแก่งเหมือนแอ่งน้ำตาไหลตกจากผาแว่วดัง
Northern forest in florist blooming season
The rainy wind blows through the sky like a tear curtain
Raindrops fallen from the sky
Upon the stone like a well of tears then flows roaring down the cliff

ป่าเหนือเมื่อได้ไปพบมา
เมืองเหนือเมื่อน้ำป่า เลาะธารซ่านซ่าเคล้าดัง
น้ำไหลไปหลากมากทั้ง
หมุนวนสายชลเหมือนดังไหลหลั่งเป็นวังน้ำวน
Northern forest that i have seen
Flooding over the stream sounds loudly
The water runs so high
The tide turns in circle like a twirl

ริมฝั่งวังน้ำค่ำลงคงมีแสงจันทร์
คืนหนึ่งคืนนั้นพบกันน้องเอยสองคน
เมืองเหนืออนงค์นั้นคงมีมนต์
เป่าหัวใจเสียจนก่นให้ใฝ่ฝัน
The moonlit night on the river bank
You and I together
It must be magic that the northern girl like you
Cast a spell to my heart in dreaming of you

**แอ่วสาวเจ้าวอนอ้อนน้ำคำ
จนสูรย์ลอยคล้อยต่ำสายัณห์เย็นย่ำทุกวัน
แล้วไฉนจะให้ลืมนั้น
แม้นใครได้ไปเที่ยวพลันหลงมั่นในเมืองเหนือเอย
When we met, I like to talk with you
Until the sun goes down everyday
How can i forget
Even everybody will yearn in the beautiful Northern as me

——————————————

เพลง “มนต์เมืองเหนือ” นี้เป็นเพลงแรกที่ครูไพบูลย์แต่งและบันทึกเสียงครั้งแรก (พ.ศ.2492)
?สมยศ ทัศนพันธ์? เป็นผู้ขับร้อง

ภายหลัง ?ทูล ทองใจ? นำมาขับร้องใหม่ โดยเปลี่ยนเนื้อเล็กน้อยจากเดิม
ที่ว่า ?แอ่วเว้าเจ้าวอน? มาเป็น ?แอ่วสาวเจ้าวอน?
เพราะมีผู้ทักว่าเพลงเกี่ยวกับภาคเหนือ ไม่น่าจะใช้คำ “เว้า” อันเป็นภาษาอิสาน….เจ๊า
สง่า อารัมภีร (ตาย พ.ศ.2542) เล่าตำนานเบื้องเพลงการบันทึกเสียงเพลง มนต์เมืองเหนือ เมื่อปี 2492
ให้ วัฒน์ วรรลยางกูร ฟัง…ว่า

สง่า อารัมภีร เป็นผู้คุมทีมดนตรีศิวารมย์ รับงานทำดนตรีให้กับผลงานเพลงชุดแรกสุดของไพบูลย์ บุตรขัน
ในสังกัดห้างแผ่นเสียงนำไทย เรื่องนี้ลุงแจ๋ว (สง่า อารัมภีร) เคยเล่าบรรยากาศเบื้องหลังการบันทึกเสียงไว้ว่า
ทีมดนตรีท่านเลือกใช้ทีมเดียวกัน เพราะจะรู้ทางกัน หายใจลมเดียวกัน บทบาทของทีมดนตรีคือ
อุ้มเสียงร้อง อุ้มเนื้อร้องทำนองให้โดดเด่น ไม่ใช่โชว์ตัวเองเด่นเหนือกว่า
นักดนตรีทีมศิวารมย์ของลุงแจ๋วมาจากดุริยางค์ทหาร เงินเดือนไม่มาก ต้องออกมาหารายได้พิเศษ
มิฉะนั้นก็ต้องไปช่วยเมียทำห่อหมกขาย จึงจะพออยู่ได้
สมยศ ทัศนพันธ์ คนร้องเพลง มนต์เมืองเหนือ คือสมยศนั้น ติดยานัตถุ์
ก่อนอัดเสียงหรือก่อนขึ้นร้องสดหน้าเวที จะต้องเป่ายานัตถุ์จนแน่ใจว่าจมูกโล่ง
ร้องเพลงได้ไม่สะดุด
สมัยก่อนโน้น เวลาอัดเสียงทั้งนักร้อง นักดนตรี ผู้ควบคุมวง
มีกี่คนกี่คนก็จะต้องอัดเข้าไปอยู่ในห้องเดียวกัน

ทีนี้เวลาสมยศ ทัศนพันธ์ อัดยานัตถุ์ก็เป็นเรื่องสิครับ
คือสมยศจะต้องเทสต์เสียงตัวเองในเพลงมนต์เมืองเหนือ
ว่า “ป่า-ป่า-ป่า” ถ้ายังรู้สึกไม่ได้ที่ก็เป่ายานัตถุ์พรวด
แล้วก็ “ป่า-ป่า-ป่า” พอได้ที่เมื่อไรจึงค่อยร้องว่า “ป่าเหนือเมื่อหน้าดอกไม้บาน”
ลุงแจ๋ว เล่าให้ผม (วัฒน์ วรรลยางกูร) ฟังเมื่อปี 2539 (ก่อนตาย 2-3 ปี) ว่า
กว่าป่าเหนือของสมยศ ดอกไม้จะบานได้ ปรากฏว่า นักดนตรีทั้งห้องอัดก็สำลักยานัตถุ์กันเป็นแถว
จามฮัดเช้ยกันไปมา ผม (วัฒน์ วรรลยางกูร) ฟังลุงแจ๋วเล่า
นึกภาพนักร้องดังหน้าผากกว้าง สมยศเป่ายานัตถุ์ทีไร เป็นได้ขำเงียบๆ ทีนั้น

ขำเพียงใดก็ประมาทยานัตถุ์ของสมยศ ทัศนพันธ์ ไม่ได้ เพราะเพลงชุดนี้พอเปิดแผ่นออกไป
ปรากฏว่า เพลงมนต์เมืองเหนือโด่งดังก่อนใคร
เพลงมนต์เมืองเหนือ กับ สมยศ ทัศนพันธ์ นั้นเหมาะเจาะกันอย่างที่สุด
เพราะเพลงมีท่วงทำนองโลดโผน …ต่ำมากสูงมาก ฟังเพลินๆ เหมือนร้องง่าย
แต่พอร้องจริงแบบเก็บละเอียด จะรู้ว่าร้องยาก
อย่างตอน “ขังแก่งเหมือนแอ่งน้ำตา ไหลตก…” โอ้.. โน้ตลงต่ำอย่างไม่ปรานีคนร้อง
แล้วจะต้องวกขึ้นสูงต่อมาเลยว่า “จากผา..แว่วฟัง”
เสียงลงต่ำสุดลิ่มทิ่มลำคอแบบนี้ สมยศ ทัศนพันธ์ เอาอยู่ในแบบ พยัคฆ์ร้ายไม้เอก
คือเนื้อเพลงพอมีไม้เอก มีเสียงต่ำมานั้น สมยศ จะร้องได้ดีเป็นพิเศษ

ไม่รู้เหมือนกันว่า ใครเป็นคนเลือกให้สมยศร้องเพลงมนต์เมืองเหนือ
ระหว่างผู้แต่ง คือ ไพบูลย์ บุตรขัน กับคนทำดนตรี คือ สง่า อารัมภีร
เรื่องความไพเราะโลดโผนของเพลง มนต์เมืองเหนือ นั้น
มีบัณฑิตปริญญาโททางดนตรีวิเคราะห์ไว้
หาอ่านได้ในท้ายเล่ม คีตกวีลูกทุ่ง ไพบูลย์ บุตรขัน ฉบับพิมพ์ครั้งหลังสุดปี 2550

เขาวิเคราะห์ไว้ชัดว่า ไพเราะโลดโผนอย่างไร
เช่น แค่ขึ้นต้นว่า “ป่าเหนือ” สองคำนี้เสียงโน้ตห่างกันถึง 8 ตัวโน้ต
เรียกว่าคู่แปด ร้องยาก แต่ถ้าร้องได้สมบูรณ์ก็จะออกมาไพเราะน่าฟัง …

ไหน – ลองออกเสียงดูจิ๊
ป่า……เหนือ….

ยากมั้ย?

3 comments to มนต์เมืองเหนือ – Magic Charm of the North

  • Maxym  says:

    แล้วพี่บอยชอบสาวเชียร์เบียร์ด้วยป่าวคับ???

    • กับปิตัน บอยด์  says:

      ชอบครับ ชอบมาก

      แต่คตินี้ ใช้ไม่ได้กับ ลานเบียร์ที่ ปีนังครับ ไม่เข้าใจคอนเซปต์แกเลย

      แกให้ป้าๆ ใส่ชุด เชียร์เบียร์ อาจจะเป็นนโยบาย ลดการบริโภคเบียร์โดยปริยาย

      อนึ่ง การที่ สิงห์คอเปอเรชั่น เป็น โกลบอลพาร์ทเนอร์ กับทีมในพี่เมียหลีก

      ทำให้ ต้องหันไปสนับสนุน เบียร์ เชียร์ อาชา ไทเกอร์ อย่างช่วยไม่ได้เลยครับ

  • Paawit  says:

    กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
    ข้อมูลแน่นและน่าอ่านมากครับ
    ส่วนแปลเพลงนั่น ฝากบอกคนแปลด้วยว่า เค้าเก่งมาครับ

    คริก-ครี้

Leave a reply

You may use these HTML tags and attributes: <a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <s> <strike> <strong>


*